camp

CUDMB camp 23 Oct 09

posted on 27 Oct 2009 13:08 by doro  in camp

เป็นอีกปีที่ข้าพเจ้าต้องมาเก็บตัวฝึกซ้อมวงโย และนอนค้างร.ร. สำหรับ

พิธีถวายสักการะอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม

วันปิยมหาราชไงเล่า......

 

ปีนี้รุ่นข้าพเจ้าเป็นสตาฟฟ์เต็มตัวแล้ว ภาระหน้าที่มันหนักหนาสาหัสเสียจริง

ค่ายนี้มีระยะเวลาถึง 3 อาทิตย์ แต่อาทิยต์แรกข้าพเจ้าไม่มาเพราะเตรียมตัวสอบ

PRE-ADMISSION และ GAT

(งวดนี้ไม่ได้สอบ PAT เพราะคะแนนรอบก.ค.เน่าบรรลัย)

ต้องขอโทษสตาฟฟ์คนอื่นๆที่ต้องเตรียมตัวสอบเหมือนข้าพเจ้าแต่ก็ต้องมาคุมน้องซ้อม

 

12 ต.ค.52 .....................ในที่สุดข้าพเจ้าก็เป็นไทได้เสียทีหลังจากฝ่าสนามสอบ

กลับมาอย่างสะบักสะบอม แล้วก็ได้ไปเหยียบห้องวงโยอีกครั้งหนึ่งงงงงง แต่ที่น่าแปลกคือ

ทำไมน้องม.1มันรังเกียจการซ้อมแถวจัง ได้ยินมาว่าโดดยกรุ่น!! แถมบ่นด้วยว่า

ซ้อมแถวน่าเบื่อ เหนื่อยก็เหนื่อย ซ้อมแล้วได้อะไร เออเข้าใจว่าน่าเบื่อนะน้อง

แต่น้องต้องออกงานอีกไม่ใช่หรอ แม้ว่าจะไม่ได้เดินงาน 23 ตุลาก็ตามที

 

13 ต.ค.52 ตอนบ่ายน้องม.1จำนวน 3 คน ถูกรุ่นพี่กักให้ซ้อมแถว 5555

รู้มั้ยทำไม เพราะประธานแกไม่ได้เขียนตารางซ้อมวันนี้ น้องมันเลยไม่รู้ว่า

ซ้อมแถวกี่โมงจะได้ไม่ต้องโดดกลับบ้าน ดีมากเจ้าค่ะ ส่วนข้าพเจ้านั่งกดเมทานอม

อยู่ข้างสนามเป็นระยะๆ

น้องม.1ที่โดนกักตัวไม่ให้โดดซ้อม

คืนนั้นอ.โอมให้ทุกคนจำโน้ตเพลง ARMY OF THE NILE

เป็นเพลงที่บรรยายประวัติศาสตร์อียิปต์สมัยที่อังกฤษกำลังล่าอาณานิคม

เมื่อประมาณ 400 ปีที่แล้ว บลาๆ.. ลองฟังดู


Army of the Nile.mp3 - Kenneth J. Alford Feat. Tokyo Kosei Wind Orchestra

ท่อน Trio รอบที่ 2 เป้นรอบที่คลาริเน็ทเป็นโซโลขึ้นมา (จริงๆต้องเรียก Soli

เพระเล่นหลายคน) กว่าข้าพเจ้าจะเป่าได้แบบปึ้กๆก็เกือบทั้งอาทิตย์แน่ะ ยากจริงๆ

เป่าได้ >>เป่ากับเพื่อนได้ >>เป่ากับเพื่อนกับน้องม.4ให้ตรง >>เป่าพร้อมกับเดิน

 

14 ต.ค.52 ประกาศคะแนนนนนน ทำไมเลขหลักมันน้อยกว่าเลขเสริม

เชื่อมั้ย เลขเสริมได้เกรด 4 เลขหลักแค่เกรด 3 หน่อยๆ เอาวะ..เทอมหน้า

เปลี่ยนอาจารย์แล้ว คะแนนก็น่าจะดีขึ้น แล้ววันนี้ก็ซ้อมกลางสนามทั้งวันด้วย

น้องม.1 4 คนถูกแยกออกมาว้อมต่างหาก แต่ทำไม้ทำไมมีเพียงหนึ่งเดียวมัน

ถึงได้เหยาะแหยะงี้วะ ที่ไหนได้มันเพิ่งผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อเดือนที่แล้ววววว

ปั๊ดโธ่แล้วเมิงจะซ้อมทำไม ถามจิง??

ทรีโอรอบ 2 ที่คลาริเน็ทเป่า ตอนนี้มีแต่โน้ต1ที่พอถูๆไถๆได้ (มีโน้ต2เล่นล้อกับโน้ต1ด้วย)

 

15 ต.ค.52 มาแล้วคร้าบ เซตนรก เดี๋ยวนี้เรียก SETSURE เพราะทั้งวิ่งสลับกับเป่า

เหนื่อยๆอย่างเนี้ย ทำให้วันจริงเราเดินแล้วไม่เหนื่อย ชัวร์!! แต่วันแรกนี่สิ เหงื่อท่วมยิ่งกว่า

อาบน้ำที่น้ำตกไนแองการาเสียอีก ตอนเช้าสอนน้องเลี้ยวโค้งเพระวันจริงต้องเลี้ยวเป็นรูป U

ตอนบ่ายเช็ค 4 ก้าว คราวนี้ข้าพเจ้าได้คุมซ้อมเองด้วย เอ๋อแดกค่ะ!!! ทำไรมั่งเนี่ยสับสนไปหมดแล้ว

แต่ผลสุดท้ายก็ไม่เวิร์คเท่าไหร่

ตกกลางคืนก่อนซ้อมก็มีสันทนาการชิวๆ

 

ส่งสาร ต้องฟังดีๆเพราะภาษากวนตีนมากๆ

 

ต่อความยาว โดยใช้ทุกส่วนของร่างกายที่มี ไม่เว้นแม้แต่เชือกรองเท้า มือถือ ถุงเท้า แว่น กระเป่าตังค์ แบงค์

 

แจวเรือ อันไม่ทราบเหมือนกันว่าคิดได้ยังไง แจวจะไปฉี่ แจวจะไปฉี่ ขอเชิญมอสี่ลุกขึ้นมาแจว....

แจวไปหาป้าแดง แจวเรือไปหาป้าแดง  (ป้าแดงคืออาจารย์ที่สอนเคมีห้อง3) ขอเชิญสีแดงลุดขึ้นมาแจว

อันนี้ไม่ได้ร้องค่ะ แจวเรือจะไปซื้อวิก แจวเรือจะไปซื้อวิก ขอเชิญเหรัญญิกลุกขึ้นมาแจว  (ตำแหน่งข้าพเจ้าเองแหละ)

 

ม้าหมี่ (ขอโทษค่ะลืมแล้วมันคืออะไร)

 

16 ต.ค.52 Runthrough แค่ช่วงเช้า แถมทรีโอก็ไม่ตรงด้วย ไม่เป็นไร!! บ่ายฝนตกหนัก กลับบ้านเอาเสื้อไปซัก

สวัสดิการผู้กล้าหาญตรวจพบ มดรายวัน บริเวณเสบียงประจำวง ได้ทุกวัน น้องๆกินแล้วเก็บไม่เรียบร้อยเลย

 

ฝนตกตอนบ่ายเลยอด run ก็เลย...

ผ่านไปอาทิตย์แรก ทั้งล้า ทั้งเพลีย แฮงค์ไปไม่รู้กี่รอบตอนประชุมสตาฟฟ์ ประชุมทุกคืนค่ะ ประชุมเรื่องการซ้อมนี่แหละ

เอาปัญหาที่พบและผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละวันมาวิเคราะห์และแก้ไขต่อไป งานไมได้เหนื่อยเพราะใช้กำลังอย่างเดียว

ใช้สมองด้วย บางคืนเหนื่อยสุดๆเลยต้องออกมาประชุมบริเวณเสบียงขนม กินไปประชุมไป ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะ

 

กล่าวถึงเกมที่เล่นกันตลอดค่าย เพื่อดูแลสมาชิกในค่าย มีอยู่2 เกมคือ

 

1. เกมปอบ ตัวละครมี ปอบ 3 คน หมอผี 2 คน ยันต์ 3 คน และคนธรรมดาที่เหลือ ปอบมีหน้าที่ฆ่า คนที่เดินคนเดียว

แล้วคนก็กลายเป็นวิญญาณ คนที่เดินกับวิญญาณ (กี่ตัวก็ได้) มีโอกาสเท่ากับคนที่เดินคนเดียว หากคนที่ปอบฆ่า มียันต์

อยู่กับตัว เขาก็จะมีโอกาสรอดไปได้หนึ่งครั้ง แล้วก็กลายเป็นคนธรรมดา และหากคนที่ปอบฆ่าเป็นหมอผี ปอบก็ตาย สมน้ำหน้า

แต่ถ้ายันต์กับหมอผีลืมบัตร (คนที่เป็นหมอผีหรือปอบหรือยันต์จะมีบัตรเฉพาะ เวลาฆ่าก็จะชูบัตรใส่) ก็ตายได้เหมือนกันนะ

 

2.เกมบัดดี้ จับได้ชื่อใครก็ให้ดูแลเขาให้ดี ให้น้ำ ให้ขนม โดยอย่าให้รู้ว่าเราเป็นคนดูแลเขา ส่วนบัดดี้ข้าพเจ้า

(เป็นใครนั้นค่อยบอกตอนท้ายนะ)

ข้าพเจ้าให้ บัตรส่วนลดดูหนังรถไฟฟ้ามาหานะเธอ คูปองแลกซื้อ AXE แบรนด์ซุปไก่ จำได้แค่นี้แหละ

 

19 ต.ค.52 ข้าพเจ้าเอาส้มมาด้วย ได้ยินว่าเด็กๆป่วยกันถ้วนหน้า กินซะเด็กน้อย!! "ส้มกู๊ดอร่อยนะคร้าบ" said สวัสดิการ

(พูดเองแต่มันไม่กิน) และวันนั้นก้มีวงโยของสาธิตปทุมวันมาดูการซ้อมของพวกเราเช่นเดียวกัน

ค่อยๆรีดเท้านะจ๊ะ

สตาฟฟ์เข้มแข็งกันดีค่ะ (ที่ยืนเท้าสะเอวอยู่น่ะ)



แถวสวย!!

เด็กปทุมวัน: สาธิตจุฬาเค้าซ้อมกันแบบนี้เองเหรอออ

 

20 ต.ค. 52  เฟินมาช่วยโน้ต 2 แล้ววววว (เดิมโน้ต 2 มีม.3เป่าคนเดียว แต่ตอนหลังน้องมันเจ๋งจริงมันจำโน้ตได้แล้ว) แต่ยังเป่าไม่ค่อยได้

มาถึงก็โดนปอบฆ่าเลย เป็นคนแรกในรุ่นข้าพเจ้าที่ตาย (แบบโง่มาก)

คืนนี้รับน้องม.1 แบ่งรุ่นพี่เป็นรุ่นๆคุนฐานแต่ละฐาน โดยแต่ละฐานละให้ข้อคิดต่างๆที่น้องๆควรจะรู้เวลาอยู่วงโยแห่งนี้

และฐานสุดท้าย (ของม.5) ให้น้องๆกินขนมและน้ำที่จัดไว้ให้หมด ใครคิดว่าแน่ไม่จริงหรือปล่อยให้เพื่อนๆกินจนท้องแตกตาย

 ไม่ไหวก็ลุกออกไปได้เลย เดี๋ยวเพื่อนน้องกินเอง คนนั้นมันก็เพื่อนน้องเองจริงปะล่ะ

ฐานของ ม.2 (อันนี้รูปพี่ปั้น'41)

น้องม.1 (น้องเป่า) ได้รับอบรมสั่งสองจากรุ่นพี่

ฐานของม.5 ที่จะทดสอบกำลังใจของน้องๆม.1กันค่ะ

 

21 ต.ค.52 เวลาประมาณตีหนึ่ง จะมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่น้องๆทุกคนต้องเจอ คือพิธีบายศรีสู่ขวัญ มีการผูกข้อมือน้อง

และตักเตือนน้องๆสิ่งที่ดีและสิ่งที่ควรแก้ไข ปีนี้มีน้องใหม่ 6 คน ม.1 4 คน ม.2 1 คน และม.4 1คน (ดรัมเมเยอร์ด้วยนะ)

รุ่นน้องบางคนเห็นร่าเริงได้ทุกวัน ข้าพเจ้าก็ได้เห็นด้านอีกด้านที่มองไม่เห็น เค้าเป็นคนเรียนเก่งแต่ด้วยความที่เป็นเด็กห้องคิง

ก็เลยเหนื่อยหน่อย เหนื่อยหลายเรื่อง เรื่องเรียน เรื่องเพื่อน น้องเอ๊ยยย พี่น่ะเจอมาหมดแล้ว พี่อยู่ม.5ไม่ได้แค่เรียนหนัก

หรือใช้ความคิดหนักๆอย่างเดียว ต้องเตรียมสอบ ดูแลน้องๆในวงอีก และบางทีพี่ก็ท้อเหมือนกัน ร้องไห้กี่รอบต่อกี่รอบ

(ร้องจนเพื่อนด่าว่าทำไมเอาแต่ร้องไห้ ทำไมไม่รู้จักพูดคุยระบายกับคนอื่น) และบางสิ่งที่พี่ทำแล้วน้องไม่ชอบ

พี่ก็ขอโทษด้วยและพี่จะไม่ทำอีก ถ้าทำก็ทำน้อยลงกว่าเดิม

จุดเทียมเล่มน้อยขึ้นส่องนำทาง

จุดไฟสว่างขึ้นกลางดวงใจ

ลบรอยความมือให้เลือนหายไป

สู้ทางเส้นชัยก้าวไปพร้อมกัน

ปั้งบายศรีให้น้องเกรซ (นี่แหละดรัมเมเยอร์ของเรา)

 

ปีนี้ข้าพเจ้ารู้สึกได้เลยว่า ข้าพเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เรียกร้องอะไรน้อยลง โวยวายน้อยลง ตั้งสติได้มากขึ้น

แต่ต้องดีกว่านี้ และดียิ่งขึ้นๆ

 

บางครั้งก็แอบเหงานะ ทำไมเพื่อนๆ (แม้แต่รุ่นน้อง) เริ่มมีแฟนเป็นจริงเป็นจัง

เชื่อเลย..มีแฟนตั้งแต่อายุน้อยๆ แล้วอนาคตล่ะจะเป็นยังไง ยังดูแลตัวเองไม่ค่อยได้แล้วจะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร

จริงที่ว่า แฟนไม่ได้มีไว้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่ายังมีใครสักคนที่รักเรา (รถไฟฟ้าฯ)

แต่ตอนนี้......

เราก็มีแล้วนิ คนที่รักเราอะ นั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน 2 คน พ่อกับแม่เราไง ไหนจะพี่จะน้องอีก ใช่มะ

 

น้ำเมย..กลับมาแล้ว แต่คงไม่ได้เล่นเพราะมาซ้อมอาทิตย์ละครั้ง แถมเพลงก็เล่นไม่ได้ เดินไม่ดี โอยยยยยย

เอางี้ คืนนี้ประชุมพาร์ทกัน!! เอาไงดี

 

22 ต.ค.52 วันล้างเครื่อง!! เหล่า woodwind ก็นั่งขัดนั่งเช็ดทุกซอกทุกมุมจนหลังขด ไม่อยากเชื่อว่าคลาริเน็ทน้อง

ปุ่มมันดำเน่าได้ถึงปานนี้ เน่าจนต้องให้รุ่นพี่ขัดต่อจนวาววับ แถมลงแลกเกอร์ที่ใช้ขัดเครื่องทองให้อีก จะได้ไม่ดำอีก

(รุ่นพี่แนะนำให้ใช้อะ บอกว่าทำให้เราไม่ต้องขัดบ่อยๆ แต่ทางที่ดี ขยันขัดกันหน่อยนะน้อง เวลาโลหะเจอน้ำเจอเหงื่อ

สักพักมันจะดำ แล้วมันขัดยากมากถึงมากที่สุด)

 

ปอบดักฆ่าอยู่ในห้องอ.โอม ทั้งห้องมีแต่วิญญาณลอยไปลอยมา แล้วข้าพเจ้าก็ไปแล้วเหมือนกัน คนๆต่อมาก็โดนปอบฆ่า

แม้แต่ยันต์กับหมอผีตัวที่หนึ่ง (พี่นน) ก็ไปแล้วเช่นกัน

 

คืนสุดท้ายก่อนเล่นจริง ก็ได้ Run รอบสุดท้าย ใส่หมวกกับรองเท้าเหมือนจริงเลย รันที่ลานจอดรถคณะครุศาสตร์

มีศิษย์เก่ามาดูกันถ้วนหน้า ก่อนนอนขัดรองเท้าซักหน่อย

รอบสุดท้ายแล้วสู้ๆ

ตามระเบียบพัก

23 ต.ค. 52 เล่นจริงแล้ว!! แต่ก่อนจะออกหมอผีตัวสุดท้ายทำบัตรหล่น ก่อนที่จะถูกปอบฆ่าตาย ซึ่งเป็นศพสุดท้ายพอดี

เชื่อเลยปอบรอดอยู่ตัวเดียวในค่าย ตัวเดียวจริงๆ นี่แหละปอบ

V

V

ปอบเสื้อสีชมพู

วันนั้นฝนดั๊นตกอีก ตกแปะๆ แต่พอใส่สูทเตรียมเล่นเท่านั้นแหละฝนหยุดพอดี เพราะบารมีของเรานี่เองที่ทำให้ได้เล่น

สมใจอยาก!!

ออกมาแล้วๆ

ถ้าไม่เจอวงโยร.ร.วัดสุทธิวราราม แปลว่าเรามาไม่ถึง ลานพระบรมรูปทรมม้า จริงๆ กี่แถวมิอาจนับได้เพราะคนเค้าเยอะ

มีทั้งรุ่นพ่อรุ่นลูกมาเดินด้วยกัน เยอะจนไม่รู้จะพูดยังไง เยอะจนต้องจัดตอน7 (สาธิตจุฬาแค่ตอน 5 เอง)

 


 

วงโยของวัดสุทธิ เห็นแล้วจะหนาวววววว

หลังจากนิสิตจุฬาถวายบังคมเสร็จ......

Finaleeeee โจ๊กที่กุแ ด ก เมื่อเช้ามันย่อยไปหมดแล้ว กุไม่ไหวแล้ววววว

บ่นนิดนึง ป้าจุกแกเพิ่งกลับมาจากบางแสนรีบมาทำโจ๊กให้วงโยกิน ก็เลยทำได้ไม่เยอะ ได้แค่จานเดียว

+น้ำแดงอีก 2 แก้ว รู้เลยทำไมปี้นี้แทบจะเป็นลมเกือบทุกคน เดินจุฬาตอนสุดท้ายแทบทรุดอยู่ตรงนั้นเลย

ใครไม่ไหวยกมือขึ้นนน

พาร์ทเรา.... จบจากสำนักบู๊ลิ้มทุกคน วิทยายุทธเป็นเลิศทุกคน


น้องม.1 (เหรียญ เจียง เป่า)

รายชื่อคนตาย (ความจริงมีอีกนะแต่ไม่ยอมเขียนกัน)

จบแล้วค่าย 23 ตุลา 52 หลังจากสิ้นปี 52 นี้ข้าพเจ้าขอหยุดงานแบบถาวร เพราะให้สัจจะกับพ่อไว้ว่าจะอ่านหนังสือ

เตรียม admission GAT PAT _าหอย

คราวนี้เอาจริง!! แต่ยังไงก็ยังไปสิงสถิตที่ห้องวงโย เหมือนเดิม กร๊ากๆ เพียงแต่ไม่ค่อยแตะ เครื่อง

ซ้อมก็แค่นั้นเอง แค่นี้คุณพ่อคุณแม่ก็สบายใจได้แล้ว

 

ขอบคุณน้องม.1ที่รู้ซึ้งถึงการซ้อมแถว อย่าหนีไปอีกนะขอร้องงงงงง

ขอบคุณสตาฟฟ์ที่แฮงค์ไปแล้วหลายคน รักจริงๆสตาฟฟ์รุ่นนี้ พวกคุณสุดยอดมากๆ

ขอบคุณท่านประธานที่บ่นจนคอแหบ (เสีบงแหบและเจ็บคอ)

ขอบคุณสวัสดิการที่ดูแลเสบียงไม่ให้ "มดรายวัน" มารุกราน

ขอบคุณปอบที่ขยันฆ่าคนได้หมดค่าย สุดยอดดดดดดดด

ขอบคุณเหรัญญิก(ก็กุไง)ที่อุตส่าห์เบิกคนละ 100 บาท มาให้น้องกาน กับ อีสวัสดิการ

ลืมบอกว่ามันเป็นปอบทั้งคู่ ไอ้ที่รอดน่ะคนหลังค่ะ

 

ขอบคุณฝ่ายเสื้อผ้าที่เตือนเรื่องเอี๊ยม เสื้อ/ถุงเท้าสีดำ หมวก สูท ว่าครบแหล่มิครบแหล่

ขอบคุณน้องๆที่อุตส่าห์ลากสังขารมาซ้อม และตั้งใจซ้อมมาโดยตลอด 3 อาทิตย์

ขอบคุณทุกๆคนที่สุข ทุกข์ เหนื่อย เฮฮามาด้วยกัน

ขอบคุณทุกคนที่มาเล่นดนตรีด้วยกัน (ประโยคเด็ดของอ.โอม)

edit @ 27 Oct 2009 16:37:04 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

edit @ 27 Oct 2009 16:42:07 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

edit @ 11 Nov 2009 05:41:47 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

ความสุขจากยุวพุทธ

posted on 20 Mar 2009 21:21 by doro  in camp

โอ้วววววว.....'สะแม่!! นี่กระผมไม่ได้อัพมาเป็นเดือนเศษเลยรึเนี่ย

ตั้งแต่วันเกิดนังตัวแสบ (วันนรก..14 ก.พ.) หลังจากนั้นเป็นต้นมา

กระผมก็อารมณ์ไม่อยู่กับตัวสักเท่าไหร่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

จนกระผมนี่เซ็งกับตัวเองจริงๆ มีแต่กิเลสรบกวนอยู่เสมอ

แต่แล้วววววววว

 

ท่านแม่ก็ได้ส่งผมไปอบรม ยุวเนกขัมม์ ของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย

ซึ่งหลักสูตรนี้สำหรับเยาวชนอายุ 14 - 16 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 - 13 มี.ค. 2552

 

วันแรกที่กระผมเข้ามาจากซอยเพชรเกษม 54 ผ่านที่ทำการเขตภาษีเจริญ

เข้ามาเรื่อยๆจนมาเจออาคารเล็กๆ เข้าไปรับบัตรคิวเพื่อลงทะเบียน

แล้วจู่ๆไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มองกระผมอยู่ได้ หน้าตากระผมก็ไม่ได้จัดหน้าดีเลิศขนาดนั้นซักหน่อย

 

เข้าเรื่องๆ.. ตอนแรกกระผมคิดว่าหลังจากผ่านการอบรมวิปัสสนาที่นี่มาได้

กระผมจะมีอารมณ์ที่นิ่งและมั่นคงมากขึ้น วันแรก..

พวกเราก็ถูกแบ่งตามกลุ่มอายุ โดยใช้ชื่ออย่างนี้

 

 ♂ แบ่งเป็น ทาน ศีล ภาวนา

♀ แบ่งเป็น เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ปัญญา

 

กระผมแก่สุด (อายุ 16) ก็เลยได้อยู่ปัญญา กับเพื่อนๆอีก

13 ชีวิต รวมเป็น 14 ชีวิตที่จะต้องอยู่ด้วยกันไปถึง 5 วันเลยทีเดียว

 

แต่แล้วก็เกิดนิมิตขึ้นตอนตี 4 (คืนที่2) ในนิมิตนั้นเป็นภาพกระผมอยู่ในร้าน 7-11

ตอนนั้นกระผมจะเอาบัตร (ไม่ก็คูปองมั้ง) ไปแลกหนังสือเรียนฟิสิกส์ 2-3 เล่มที่แคชเชียร์

ปรากฏว่ากระผมเอาบัตรมาไม่ครบ (คิดว่าต้องใช้หลายใบ) แต่พี่แคชเชียร์บอกว่าไม่เป็นไร

พอกระผมได้หนังสือมาปุ๊บ กระผมก็สวนกับอีนังตัวแสบพอดี (O_o) มันมาถามกระผมว่า

"จะไปเดินกับเรามั้ย" (ปกติมันไม่เคยเอ่ยปากชักชวนกระผมแบบนี้เลย)

กระผมงงงวยจนทำอะไรไม่ถูกจึงบอกไปว่า

"ไม่เป็นไร ขอบคุณจ้ะ"

 

หลังจากพ้น 7-11 ไป กระผมก็เดินเข้าไปในรั้วมหาลัยแห่งหนึ่ง (ซึ่งไม่ใช่จุฬาแน่ๆ)

ผ่านม้าหินคณะอักษรศาสตร์ เห็นตุ๊ดเห็นเกย์นั่งกันเกลื่อนกลาดดด

เฮ้ยยย....นี่มันอะไรกันเนี่ย จบม.6แล้วไม่เข้าเลยคณะนี้ (จิงป่าว!?)

สักพักกระผมก็เริ่มกระหายน้ำจึงเดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆที่อยู่อีกฝั่งของคณะ

พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ กระผมแทบทรุดเลย ไอ้ตัวแสบมันยังโผล่มาให้เห็นอีก

อยู่บริเวณมุมร้านกับเพื่อนมันอีกคนนึง

กระผมแทบไม่กล้าสบตากับมันเลย (ไม่รู้ทำไม) ได้แต่เพียงชำเลืองมองชื่อและนามสกุล

ของมันอย่างชัดเจน หลังจากนั้นเพื่อนมันก็เอาหนังสือแบบทดสอบเกี่ยวกับความรักออกมา

กระผมนึกขึ้นได้จึงถามมันว่า

"ถามไรหน่อยดิ คนที่เกิดวันอาทิตย์มีสิทธิ์เป็นแฟนกับคนเกิดวันเดียวกันได้มั้ย"

..ไม่มีคำตอบจากปากมัน.. แล้วกระผมก็ตื่นขึ้นมาด้วยอาการหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าไก่ต้ม

 

ความฝันจบไปแล้วนะครับ ก็มาต่อเรื่องกิจกรรม 

สิ่งที่พวกเราต้องพบคือ การเดินจงกรม สังเกตและกำหนด

การเคลื่อนไหวของร่างกาย ณ ปัจจุบันขณะ

และนั่งสมาธิ สังเกตการยุบ-พองของพุง (น้อยๆ)

ถ้าคิด (หรือได้ยิน) อะไรก็ตาม ก็จงกำหนดซะ

คิดหนอ ยินหนอ เย็นหนอ ฯลฯ

สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้เท่าทันความรู้สึกในปัจจุบันของเราให้ได้

ทำอย่างนี้ทุกวัน วันละหลายเวลา จนกระทั่งจิตใจและอารมณ์มีความแข็งแกร่งขึ้น

สามารถต้านทานต่อกิเลสตัญหาอุปาทานได้มากขึ้น

 

นอกจากนี้ยังมี workshop ที่หลากหลายอย่างเช่น

1) สังคายนาการไหว้พระ ไหว้ผู้ใหญ่

แม้กระทั่งไหว้เพื่อน โดยแสดงบทบาทสมมติเปรียบเทียบความตั้งใจ-ไม่ตั้งใจ

ความเคารพ-ไม่เคารพ 

2) นั่งล้อมวงส่งลูกอมโดยกำหนดอาการเคลื่อนไหวไปด้วย (ยกไปจับ-ยกไปวาง)

3) คีบลูกปิงปองโดยห้ามใช้มือช่วยจับเด็ดขาด (ประมาณว่าเราสามารจับตะเกียบ

ด้วยมือ 2 ข้างได้)

4) ข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามโดยไม่ให้มีอวัยวะส่วนใดโดนพื้นเด็ดขาด โดยใช้เก้าอี้เท่านั้น

 

และที่กระผมชอบที่สุดคือ การได้นั่งล้อมวงกับครูพี่เลี้ยงถามปัญหาเกี่ยวกับฝึกวิปัสสนา

(สังเกตกระผมจะไม่ใช้คำนี้บ่อยเพราะอาจทำให้คุณผู้อ่านเบื่อซะก่อน)

กระผมได้รู้หลากหลายแง่คิดเกี่ยวกับพุทธศาสนามากขึ้น ง่วงก็กำหนดว่าง่วงหนอ

ปวดก็กำหนดว่าปวดหนอ ถ้าไม่ไหวแล้วก็กำหนด..อยากเปลี่ยนหนอ แล้วจึงกำหนดตามการ

ขยับไป เห็นมั้ย..ง่ายนิดเดียว ง่ายกว่าการหาซื้อของถวายสังฆทานอีก แถมได้บุญมากกว่าอีกด้วย

แต่การทำบุญที่ได้บุญมากที่สุดคือ การให้อภัยนี่แหละ หรือที่เรียก อภัยทาน

(เห็นท่านว.วชิรเมธีบอกว่า ได้บุญยิ่งกว่าถวายสังฆทานให้องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าอีกนะ ขอบอก!!)

 

สุดท้ายกระผมก็ขอฝากไว้ ณ ที่นี้ว่า เริ่มสะสมบุญตั้งแต่ตอนนี้เลย ชาติหน้าจะได้ไปเกิดในภพภูมิดีๆ

หรือจะให้ดีกว่านั้น เอาให้บรรลุมรรคผลนิพพานเลย สาธุ!!

 

 

 

edit @ 21 Mar 2009 14:30:47 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

edit @ 21 Mar 2009 14:40:29 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

The CUDMB Camp 2008 (ต่อนะครับ)

posted on 29 Oct 2008 14:42 by doro  in camp

การซ้อมของเรา บางทีมันก้ต้องมีเบรกกันบ้างล่ะ ซึ่งรุ่นพี่คนนึงได้เอา เดี่ยว 7ของ พี่โน้ต อุดม แต้พานิช 5 ปีที่เค้าไม่ได้ออกมาเดี่ยวแล้ว คราวนี้เค้ามีเรื่องอะไรจะ เดี่ยวให้เราดูกัน

จากที่น้องๆเล่ามา อันที่ฮาๆอันแรกคือ

 

ตงมงเมียวขื่อซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านภาคเหนือเอาไว้สอนลูกสอนหลายเค้า มีใจความว่า

 

ตงมงเหมียวคือ

ตงมงเหมียวคือ

โอละลือ

โอละลือ

โอละเมี้ยวเมี้ยวอาแหว่คือ

เอ้อกะละเมียวคือ

เอ้อกะละเมี้ยวคือ

 

 

แต่ต้นฉบับเค้าว่ากันอย่างนี้ครับ

 

ต๋ง หม่ง เหมียว ขื่อ
ต๋ง หม่งเ หมียว ขื่อ
โอ ละ ลือ
โอ ละ ลือ
โอ ละ เหมียว เหมียว อา แหล่ คือ
อา คั่น ละ เหมี่ยว ขื่อ
โอ ละ ลือ
โอ ละ ลือ

ที่มา: http://www.tozt.com/blog/%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7

หลังจากทบทวน basic ให้น้องแล้ว คราวนี้เราเป่ากันแล้วครับ ตอนบ่ายเดินเป่า scale ตอนดึกเป่าเพลง โดยเดินกลับไปกลับนี่แหละ  แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นอีก น้องทิ้ง basic หมดเลยยยยย งานเข้าล่ะสตาฟฟ์ทั้งหลาย คราวนี้ต้องจับแก้เป็น section ซะแล้ว (section คือ กลุ่มของเครื่องดนตรี แบ่งเป็น เครื่องลมไม้ เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องกระทบจังหวะ) วิธีนี้ได้ผลดีทีเดียว เป็นการซ้อมที่ไม่เครียดนัก รุ่นพี่สามารถแก้ไขจุดพร่องของรุ่นน้องได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังพยายามแก้ปัญหาการเป่าควบคู่ไปกับการเดินด้วยกันอีกด้วย

 

Week 3 [20-23 Oct]            ปัญหาเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ค่อยๆลดลงไป รุ่นน้องเดินได้ดีขึ้นมาก คราวนี้เราส่งให้รุ่นพี่อาวุโสไปเช็คผลการฝึกซ้อมของเหล่าสตาฟฟ์ ปรากฏว่าทำได้ดีกว่าที่คิด ทุกคนให้ความร่วมมือดี แม้ว่าวันนั้นจะมีปัญหาเรื่องสนามไม่อำนวยเท่าใดนัก เราเช็คกันที่ลานจอดรถหน้าโรงเรียน วันต่อมาก็ไปเดินตามเซตที่สนามจุ๊บพร้อมกับ Drum Major รุ่นนิสิตจำนวน 5-6 คน แต่ฟ้าฝนก็เป็นใจ (จิงจิ๊งงงงง) บันดาลให้ละอองฝนพัดลงมา ณ ตรงนั้นพอดี เหล่า Woodwind วิ่งแจ้นเข้าร่มกันถ้วนหน้า แต่นั่น...คือยังไม่ผ่านของปากของดรัมเมเยอร์สักคำเดียว!!

และแล้วก็มีผู้แอบอ้างว่าเป็นปอบได้คร่าชีวิตรุ่นน้องคนนึงไปเรียบร้อยแล้ว.....

คืนวันที่ 21 ต.ค. เหล่าม.2-ม.6 ได้จัดฐานกิจกรรม โดยส่งเสริมคุณธรรมต่างๆที่เด็กวงโยทุกคนพึงมี อาทิ ความสามัคคี ความเสียสละ ภาวะผู้นำ เป็นต้น

ม.2   หาบัตรคำ CUDMB โดยที่รุ่นพี่จะโผล่ให้เราตกใจได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นมีสติดีๆกันนะครับ ฐานนี้ฮาดีครับ แต่ปล่อยน้องช้าครับ

ม.3 ฐานนี้ซาดิสม์เอาเรื่องเลย ก็คือจับน้องมัดมือให้หมดทั้งกลุ่ม แล้วให้ส่งตัวแทนไปให้โดนปะแป้งมั่ง ให้กินน้ำประหลาดๆมั่ง แล้วเดินข้ามเชือก ลอดเชือกไปด้วยกัน ไอ้คนที่โดนปะแป้งนี่แหละผู้เสียสละ (เช่นน้องบอสงาย โดนเต็มๆ สุดยอดเลยน้อง!!)

ม.4 ส่งตัวแทนไป 1-2 คน แล้วเหลืออีกคนยืนรอเพื่อนๆที่ต้องลุยสนามหญ้าแฉะๆไปเอาสิ่งของที่สำคัญบางอย่างในถังที่เต็มไปด้วยของเละๆเน่าๆ (จำได้มีน้ำปลาผสมอยู่) โดยที่ทุกคนโดนรุ่นพี่ไซโครหมดแล้ว (กดดันๆ) สรุปฐานแอร์ก็ได้พูดถึงบุญคุณสตาฟฟ์ที่มีต่อรุ่นน้อง ว่าเราควรจะให้ดีที่สุด เพื่อที่รุ่นพี่จะได้ไม่เหนื่อยไง

ม.5 ไม่มีฐาน ทำหน้าที่ปล่อยน้อง

ม.6+รุ่นพี่เก่า ให้น้องปิดตาแล้วก็เอาอะไรร้อนๆไปจ่อที่แขน เสร็จสรรพปั้มตรายางไว้ที่หน้าผาก "สำเนาถูกต้อง" แล้วให้คนที่เสร็จแล้วร้องไห้เพื่อจำลองสถานการณ์ ว่ามันทรมานขนาดไหน!!

และค่ำคืนนั้น ณ บริเวณสนามม.4 พีธีศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนจะต้องผ่าน ถ้าใครไม่ได้มาร่วมพิธีนี้ก็ถือว่าไม่ใช่สมาชิกวงโยธวาทิตแห่งนี้ นั่นก็คือ พิธีรับขวัญบายศรี พี่ๆนั่งล้อมวงและผูกข้อมือด้วยด้ายสีขาวบริสุทธิ์เพื่อเป็นความหวังดีจากรุ่นพี่ที่มีให้กับรุ่นน้องเสมอมา หลายคนร้องไห้เพราะสำนึกได้ที่ตัวเองได้ทำตัวไม่ดีมาตลอด บางคนร้องเพราะซึ้งงงงงง แต่เท่าที่ข้าพเจ้าดูนะ เพื่อนข้าพเจ้าร้องไห้แบบว่าจริงจังเหลือเกิน (แล้วน้องก็ร้องไปด้วย) ท่าทางเค้าจะตื้นตันสุดฤทธิ์

ข้าพเจ้าเองก็ได้บอกความในใจที่อยากจะบอกน้องๆไปหลายคนแล้ว โดยเฉพาะหนูน้ำเมยที่ข้าพห่วงนักห่วงหนา ว่าอยากให้พูดคุยกับเพื่อนๆบ้าง อยากให้เห็นคุณค่าของตัวเองให้มากขึ้น แม้ว่าน้องจะพิเศษกว่าคนอื่นๆ แต่น้องก็สามารถพัฒนาตัวเองให้ทัดเทียมเพื่อนๆได้!! แต่ก็มีอีกหลายที่อยากจะบอกน้องแต่ก็ไม่ได้บอก

สิ่งสำคัญของการอยู่วงโยก็คือ น้องๆจะต้องร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน และสามัคคีในทุกคราไม่ว่ายามสุขยามทุกข์ มีเรื่องอะไรบาดหมางกันก็จงเร่งปรับความเข้าใจโดยเร็วที่สุด น้องๆจะอยู่ด้วยกันไปจนจบการศึกษา ไม่ว่าอย่างไรก็ตามน้องอย่าลืมความทรงจำอันทรงคุณค่าเหล่านี้นะ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่รักทุกคน

รวมภาพความประทับใจ

อิ้วววววววส์
นี่ไง..น้ำเน่าๆ เละๆ อย่างกะอวกเลย
Perc.

สนทนาประสา"เปอร์"

ขบวนการ....

Clarinet Renger [Where am I ???]

[ กดที่นี่เพื่อดูภาพทั้งหมด ]

edit @ 29 Oct 2008 17:19:27 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

edit @ 23 May 2009 14:38:08 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€