โฆษณาหนังสือ
posted on 17 Oct 2009 17:17 by doro in eventฮิกาซีน เล่ม 4 (รวมถึงฮิกาซีนเล่มเก่าๆ) กับ บันทึกลับอล่างฉ่าง ของอดีตบ.ก. เอ ธวัชชัย คิดอ่าน มีวางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแล้ว เข้าไปที่บู๊ทดังต่อไปนี้ครับ
alternative writer (O 15)
book cafe' (G 01)
mars (K 02)
มติชน (V 07)
ใคร ครีเอท (I 01)
ใต้ดิน (N 07)
ปัญญาชน (K 12)
และอาจจะมีเพิ่มเติม ให้ไปอัพเดทที่ http://www.facebook.com/hegazine นะครับ
และหลังจากงานเลิกแล้วก็สามารถซื้อหาได้ตามร้านหนังสือทั่วไป
หรือถ้าสนใจก็โทรมาสั่งซื้อได้ที่โจ้ซุย 085-1518072 ได้เลยครับ
ไม่รู้จะรบกวนเกินไปหรือเปล่า หากผมจะขอความช่วยเหลือให้ช่วย FW mail ฉบับนี้ไปยังคนที่คุณรู้จัก ไม่รู้จัก รู้จักแต่จำไม่ได้ รู้จักแต่นึกไม่ออก ยังไงต้องขอรบกวนเวลาด้วยนะครับ เพื่อว่าพวกเราจะได้มีแรงใจเข็นเอาหนังสือสนุกๆ ออกมาให้ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกอย่างนี้เรื่อยไป
ขอขอบคุณครับ
เอ ธวัชชัย คิดอ่าน
(อดีตบรรณาธิการนิตยสารฮิฮิ)
ตัวอย่าง “บันทึกลับอล่างฉ่าง”
ตัวอย่างตอนที่ 1 - นักการเมืองเลว
มีน้องคนหนึ่งโทรมาหาตอนเที่ยง 10 นาที ช่างไม่รู้เวล่ำเวลาบ้างเลยนะมึง ผมเลยบอกว่าให้โทรมาอีกทีตอนบ่ายสอง จำได้ว่าบอกไปหลายครั้งว่าอย่าโทรมาในช่วง “พรามทาม” โดยเฉพาะวันหยุดยาวอย่างนี้ คนไม่รู้มาจากไหนครับ มากันลึ่ม อาจจะเงียบในช่วงเช้าแต่พอสักใกล้เที่ยง ไม่อยากจะบอกลเลยครับว่าลูกค้าแต่ละโต๊ะนั้น ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพทั้งนั้น
ขออธิบายคำว่า “คุณภาพ” ในที่นี้สักหน่อย
ลูกค้าคุณภาพ หมายถึง...
ลูกค้าที่ตั้งใจมากินโดยไม่กลัวว่าท้องจะแตกหรือเปล่า
ลูกค้าที่มาพร้อมกับครอบครัวใหญ่ (5 คนขึ้นไป)
ลูกค้าที่มาพร้อมกับครอบครัวใหญ่มาก (10 คนขึ้นไป)
ลูกค้าที่มาพร้อมกับครอบครัวใหญ่มากๆ (อืม...พอเถอะ)
ลูกค้าที่มาแค่คนเดียว สั่งกินชามเดียวแต่สั่งกลับบ้านอย่างน้อย 8 ห่อ
หรือลูกค้ามาอย่างน้อยกรุ๊ปละ 3 คนแต่เต็มทุกโต๊ะ
จะมาพร้อมๆ กันหรือจะทะยอยกันมาก็ได้ รับได้ทุกสถานการณ์
บ่ายสอง คนเริ่มซา และเสียงกริ่งโทรศัพท็ดังขึ้น (กริ่ง ในที่นี้หมายถึง เสียงริงโทนครับ) น้องคนนั้นโทรมาตามที่ได้นัดกันไว้ ประโยคแรกที่ทักก็คือ พี่ๆ ผมตกงาน แล้ว หางานให้ผมทำหน่อยสิ อะไรก็ได้
“มาล้างจานร้านพี่ไหม เดือนสองพัน ไปเช้าเย็นกลับ”
“โห พี่ ไม่ถูกไปหน่อยเหรอ”
“เอ๊า ก็ตะกี้มึงบอกว่างานอะไรก็ได้นี่ หรือว่าจะเถียง”
น้องเขาเงียบไปพักนึง สงสัยคงตั้งสติอยู่ แล้วก็เริ่มพูดอีกครั้ง บ่นว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนตกงานกันเป็นแถว เนี่ยเพราะนักการเมืองเลวเต็มบ้านเต็มเมือง โกงกินประชาชนทำให้บ้านเมืองวุ่นวายได้ถึงขนาดนี้
“รู้ได้ยังไงว่านักการเมืองโกง” ผมถามหยั่งเชิง
“โหพี่ เขารู้กันทั้งเมือง”
“ทำไมกูไม่รู้ล่ะ”
“พี่ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ไง โลกทัศน์แคบ” อ้าว ไอ้ชิบหาย ด่ากันซะงั้น
“ถ้ารู้ว่าโกง ทำไมไม่แจ้งตำรวจจับ”
“ไม่ พี่ ก็ไม่เห็นมีใครแจ้งจับเลย”
“อ้าว ไหนบอกว่าเขารู้กันทั้งเมือง”
“บางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่กล้าแจ้งตำรวจ”
“งั้นการที่เราเห็นคนทำชั่วแล้วละเลย แบบนี้เรียกว่าบกพร่องในหน้าที่ของพลเมืองดีหรือเปล่า”
“อืม...ใช่มั้งครับ”
“งั้นน้องก็เป็นพลเมืองไม่ดีน่ะสิ เห็นคนทำเลวแล้วทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เออ..นี่น้อง... (ขอสงวนนาม) ถ้ารู้ว่านักการเมืองเป็นคนเลวน่ะ ทำไมถึงยังเลือกเข้าไปอยู่ในสภา แปลว่าเราก็คือคนเลวเหือนกันเหตุเพราะเลือกคนเลวด้วยกันเข้าไปเป็นผู้แทนฯ เพราะคำว่าผู้แทนราษฎร ก็คือการเป็นผู้แทนประชาชน ซึ่งถ้าผู้แทนราษฎรเป็นคนเลว งั้นประชาชนก็เป็นคนเลวด้วยใช่ไหม ว่าแต่มึงมาว่าพี่เป็นคนเลวทำไม”
“เฮ้ย พี่ ผมไม่ได้ว่าพี่เลวสักหน่อย”
“มึงคงไม่รู้สินะว่าพี่น่ะไปเข้าไปกาคะแนนในคูหาเลือกตั้งครั้งล่าสุดมาด้วย”
“ถ้างั้น เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะพี่ พอดีมีงานด่วน”
แล้วน้องคนนั้นก็วางสายไป
กลับมาคิดอีกแล้ว ว่าแต่นักการเมืองคนไหนที่ว่าดีล่ะ เมื่อก่อนอาจจะยากสำหรับคำตอบ แต่ตอนนี้ง่ายครับ ง่ายกว่าปอกกล้วยเสียอีก นักการเมืองที่ดีก็คือ คนที่ทำให้ร้านกระทุ่มแบนมีลูกค้าเข้าเยอะๆ ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม
ถ้าใครทำให้ลูกค้าเงียบ คนนั้นเป็นนักการเมืองไม่ดี
เห็นไหมครับ ง่ายมากจริงๆ
หมายเหตุ :ในตอนนี้มีทั้งเรื่องจริงและแต่งขึ้นผสมกันครับ เรื่องจริงคือ วันนี้มีลูกค้าคุณภาพเข้ามาตอนเที่ยง ส่วนที่โม้น่ะ ก็เรื่องมีคนโทรศัพท์เข้ามานั่นแหละครับ
ตัวอย่างตอนที่ 2 - วัฒนธรรมเด็ดยอด...มันยอดจริงๆ เลยจอร์จ
มีวัฒนธรรมใหม่ได้สอดคล้องกับ “ความรีบเร่ง” ของสังคมยุคนี้ เขาตั้งชื่อวัฒนธรรมนี้ว่า “วัฒนธรรมเด็ดยอด” จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้ใหม่สักเท่าไหร่หรอกครับ น่าจะมีมานานแล้วล่ะ
ด้วยว่าคนในสังคมยุคใหม่ต่างรีบเร่งเพื่อให้ถึงจุดหมาย และเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จใดๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ด้วยเหตุนี้จึงมีวัฒนธรรม “เด็ด” เฉพาะ “ยอด” โดยที่ละเลย เพิกเฉยกับกระบวนการหรือความพยายามก่อนจะทำให้เกิดความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ
เหมือน “ทางลัด” นั่นแหละ
มีลูกค้าประจำท่านหนึ่ง เป็นคนขายต้นไม้ แกเล่าว่าอาชีพแกนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความขี้เกียจปนกับความรีบเร่งเป็นหลัก อธิบายง่ายๆ ลูกค้าขี้เกียจปลูกต้นไม้ และกว่ามันจะโตต้องใช้เวลาหลายปี ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีคนมาซื้อต้นไม้ที่โตแล้ว แบบขุดจากที่หนึ่งไปปลูกไว้ที่บ้านเลย ไม่ต้องปลูก ไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยงดู ซื้อปุ๊บโตปั๊บ สนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงประเด็นอย่างไม่น่าเชื่อ แถมธุรกิจขายต้นไม้แบบโตด่วนแบบนี้ยิ่งทวีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
คอนเสิร์ตในบ้านเรา รวมถึงของต่างประเทศด้วย ทุกที่จะต้องมีการซ้อม 3 เดือน 5 เดือนว่ากันไป ซ้อมหนักมาก และก็ให้ลุกค้าซื้อตั๋วมา “เด็ดยอด” ในวันแสดงจริง ซึ่งใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง
หนังสือเล่มนี้ที่อยู่ในอ้อมมือของท่านขณะนี้ก็คือผลพวงของการเด็ดยอดด้วยเช่นกัน ไหนจะต้องเก็บเอาประสบการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเปิดร้านมาถ่ายทอด และการเขียนตลอดระยะเวลา 6 เดือน วันละ 2 ชั่วโมง ไหนจะต้องเลือกจากที่เขียนทั้งหมดจนเหลือเท่าที่เห็น ไหนจะต้องปรับแต่งทางภาษาให้สละสลวยขึ้น ไหนจะต้องเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้กับสังขารตัวเองหลังเลิกงาน ไหนจะต้องเช็คความถูกต้องในเรื่องตัวสะกด ไหนจะต้องถ่ายรูปเลือกรูป จัดรูปเล่ม ขอ isbn จากสำนักหอสมุดแห่งชาติ ส่งอาร์ตเวิร์คเข้าโรงพิมพ์ และอื่นอีกจิปาถะ
ถ้ายังไงช่วยอ่านช้าๆ นิดนึงจะได้กำซาบและสัมผัสถึงความเหนื่อยยากกว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้ได้
ตัวอย่างสุดท้ายของการเด็ดยอด ก็คือร้านก๋วยเตี๋ยวหมูกระทุ่มแบนเลยครับ ทุกวันเราจะใช้เวลาเตรียมของประมาณ 5 ชั่วโมง แต่ลูกค้าจะใช้เวลา 10 – 12 นาทีเท่านั้นสำหรับจัดการอาหารในชามจนอิ่มท้อง
ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านที่น่ารักของผมจะมีเวลามา “เด็ดยอด” ก๋วยเตี๋ยวหมูกระทุ่มแบนสักครั้งหนึ่งไหมน้า
ป.ล. เมื่อก่อนนี้ บ่อยครั้งมากที่ผมโดน “วัฒนธรรมเด็ดยอด” คุกคามชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวใหม่ๆ เยื้องร้านเราไปหน่อย จะมีร้านข้าวหมกไก่สยาม ซุปปลาหมึกที่ดังระเบิดระเบ้อ มีคนเข้าไปทานอย่างไม่ขาดสายเหมือนทำแจกฟรีทุกวัน จนเป็นที่อิจฉาตาร้อน ตอนนั้นคิดว่าทำไมคนถึงไม่เข้าร้านเราสักที ได้แต่เข้าไปกินข้าวหมกไก่กันทั้งนั้น อิจฉายิ่งกว่านางร้ายในละครหลังข่าวอีกครับ จนกระทั่งเจ๊ไปฟังที่ไหนมาไม่รู้ แล้วมาเล่าให้ผมฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นร้านข้าวหมกไก่ชื่อดังในทุกวันนี้ เจ้าของเขาเคยต้องรับบทหนักผ่านความลำบากยากเย็นมานับไม่ถ้วน แต่ด้วยความพยายามอย่างเต็มกำลัง สุดท้ายก็ลืมตาอ้าปากได้อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ และเขาก็สมควรที่จะได้ “เด็ดยอด” ในสิ่งที่เขาฟูมฟักมาไม่ใช่หรือ
เอาน่า ตอนนี้ร้านของผมกำลังอยู่ในช่วงผลิใบแรก สักวันคงได้ “เด็ดยอด” สมใจ

ประเทศไทยจงเจริญ
#1 By fayew-fai on 2009-10-17 17:33