ความสุขจากยุวพุทธ
posted on 20 Mar 2009 21:21 by doro in campโอ้วววววว.....'สะแม่!! นี่กระผมไม่ได้อัพมาเป็นเดือนเศษเลยรึเนี่ย
ตั้งแต่วันเกิดนังตัวแสบ (วันนรก..14 ก.พ.) หลังจากนั้นเป็นต้นมา
กระผมก็อารมณ์ไม่อยู่กับตัวสักเท่าไหร่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
จนกระผมนี่เซ็งกับตัวเองจริงๆ มีแต่กิเลสรบกวนอยู่เสมอ
แต่แล้วววววววว
ท่านแม่ก็ได้ส่งผมไปอบรม ยุวเนกขัมม์ ของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
ซึ่งหลักสูตรนี้สำหรับเยาวชนอายุ 14 - 16 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 - 13 มี.ค. 2552
วันแรกที่กระผมเข้ามาจากซอยเพชรเกษม 54 ผ่านที่ทำการเขตภาษีเจริญ
เข้ามาเรื่อยๆจนมาเจออาคารเล็กๆ เข้าไปรับบัตรคิวเพื่อลงทะเบียน
แล้วจู่ๆไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้มองกระผมอยู่ได้ หน้าตากระผมก็ไม่ได้จัดหน้าดีเลิศขนาดนั้นซักหน่อย
เข้าเรื่องๆ.. ตอนแรกกระผมคิดว่าหลังจากผ่านการอบรมวิปัสสนาที่นี่มาได้
กระผมจะมีอารมณ์ที่นิ่งและมั่นคงมากขึ้น วันแรก..
พวกเราก็ถูกแบ่งตามกลุ่มอายุ โดยใช้ชื่ออย่างนี้
♂ แบ่งเป็น ทาน ศีล ภาวนา
♀ แบ่งเป็น เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ปัญญา
กระผมแก่สุด (อายุ 16) ก็เลยได้อยู่ปัญญา กับเพื่อนๆอีก
13 ชีวิต รวมเป็น 14 ชีวิตที่จะต้องอยู่ด้วยกันไปถึง 5 วันเลยทีเดียว
แต่แล้วก็เกิดนิมิตขึ้นตอนตี 4 (คืนที่2) ในนิมิตนั้นเป็นภาพกระผมอยู่ในร้าน 7-11
ตอนนั้นกระผมจะเอาบัตร (ไม่ก็คูปองมั้ง) ไปแลกหนังสือเรียนฟิสิกส์ 2-3 เล่มที่แคชเชียร์
ปรากฏว่ากระผมเอาบัตรมาไม่ครบ (คิดว่าต้องใช้หลายใบ) แต่พี่แคชเชียร์บอกว่าไม่เป็นไร
พอกระผมได้หนังสือมาปุ๊บ กระผมก็สวนกับอีนังตัวแสบพอดี (O_o) มันมาถามกระผมว่า
"จะไปเดินกับเรามั้ย" (ปกติมันไม่เคยเอ่ยปากชักชวนกระผมแบบนี้เลย)
กระผมงงงวยจนทำอะไรไม่ถูกจึงบอกไปว่า
"ไม่เป็นไร ขอบคุณจ้ะ"
หลังจากพ้น 7-11 ไป กระผมก็เดินเข้าไปในรั้วมหาลัยแห่งหนึ่ง (ซึ่งไม่ใช่จุฬาแน่ๆ)
ผ่านม้าหินคณะอักษรศาสตร์ เห็นตุ๊ดเห็นเกย์นั่งกันเกลื่อนกลาดดด
เฮ้ยยย....นี่มันอะไรกันเนี่ย จบม.6แล้วไม่เข้าเลยคณะนี้ (จิงป่าว!?)
สักพักกระผมก็เริ่มกระหายน้ำจึงเดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆที่อยู่อีกฝั่งของคณะ
พอเดินเข้าไปเท่านั้นแหละ กระผมแทบทรุดเลย ไอ้ตัวแสบมันยังโผล่มาให้เห็นอีก
อยู่บริเวณมุมร้านกับเพื่อนมันอีกคนนึง
กระผมแทบไม่กล้าสบตากับมันเลย (ไม่รู้ทำไม) ได้แต่เพียงชำเลืองมองชื่อและนามสกุล
ของมันอย่างชัดเจน หลังจากนั้นเพื่อนมันก็เอาหนังสือแบบทดสอบเกี่ยวกับความรักออกมา
กระผมนึกขึ้นได้จึงถามมันว่า
"ถามไรหน่อยดิ คนที่เกิดวันอาทิตย์มีสิทธิ์เป็นแฟนกับคนเกิดวันเดียวกันได้มั้ย"
..ไม่มีคำตอบจากปากมัน.. แล้วกระผมก็ตื่นขึ้นมาด้วยอาการหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าไก่ต้ม
ความฝันจบไปแล้วนะครับ ก็มาต่อเรื่องกิจกรรม
สิ่งที่พวกเราต้องพบคือ การเดินจงกรม สังเกตและกำหนด
การเคลื่อนไหวของร่างกาย ณ ปัจจุบันขณะ
และนั่งสมาธิ สังเกตการยุบ-พองของพุง (น้อยๆ)
ถ้าคิด (หรือได้ยิน) อะไรก็ตาม ก็จงกำหนดซะ
คิดหนอ ยินหนอ เย็นหนอ ฯลฯ
สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้เท่าทันความรู้สึกในปัจจุบันของเราให้ได้
ทำอย่างนี้ทุกวัน วันละหลายเวลา จนกระทั่งจิตใจและอารมณ์มีความแข็งแกร่งขึ้น
สามารถต้านทานต่อกิเลสตัญหาอุปาทานได้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังมี workshop ที่หลากหลายอย่างเช่น
1) สังคายนาการไหว้พระ ไหว้ผู้ใหญ่
แม้กระทั่งไหว้เพื่อน โดยแสดงบทบาทสมมติเปรียบเทียบความตั้งใจ-ไม่ตั้งใจ
ความเคารพ-ไม่เคารพ
2) นั่งล้อมวงส่งลูกอมโดยกำหนดอาการเคลื่อนไหวไปด้วย (ยกไปจับ-ยกไปวาง)
3) คีบลูกปิงปองโดยห้ามใช้มือช่วยจับเด็ดขาด (ประมาณว่าเราสามารจับตะเกียบ
ด้วยมือ 2 ข้างได้)
4) ข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามโดยไม่ให้มีอวัยวะส่วนใดโดนพื้นเด็ดขาด โดยใช้เก้าอี้เท่านั้น
และที่กระผมชอบที่สุดคือ การได้นั่งล้อมวงกับครูพี่เลี้ยงถามปัญหาเกี่ยวกับฝึกวิปัสสนา
(สังเกตกระผมจะไม่ใช้คำนี้บ่อยเพราะอาจทำให้คุณผู้อ่านเบื่อซะก่อน)
กระผมได้รู้หลากหลายแง่คิดเกี่ยวกับพุทธศาสนามากขึ้น ง่วงก็กำหนดว่าง่วงหนอ
ปวดก็กำหนดว่าปวดหนอ ถ้าไม่ไหวแล้วก็กำหนด..อยากเปลี่ยนหนอ แล้วจึงกำหนดตามการ
ขยับไป เห็นมั้ย..ง่ายนิดเดียว ง่ายกว่าการหาซื้อของถวายสังฆทานอีก แถมได้บุญมากกว่าอีกด้วย
แต่การทำบุญที่ได้บุญมากที่สุดคือ การให้อภัยนี่แหละ หรือที่เรียก อภัยทาน
(เห็นท่านว.วชิรเมธีบอกว่า ได้บุญยิ่งกว่าถวายสังฆทานให้องค์สัมมาสัมพุทธเจ้าอีกนะ ขอบอก!!)
สุดท้ายกระผมก็ขอฝากไว้ ณ ที่นี้ว่า เริ่มสะสมบุญตั้งแต่ตอนนี้เลย ชาติหน้าจะได้ไปเกิดในภพภูมิดีๆ
หรือจะให้ดีกว่านั้น เอาให้บรรลุมรรคผลนิพพานเลย สาธุ!!
edit @ 21 Mar 2009 14:30:47 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€
edit @ 21 Mar 2009 14:40:29 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

สามารถใช้ได้ขนาดนี้เรยหรอ
แต่ที่เราชอบมากที่สุดคือการต่อจิ๊กซอร์อ่ะ
คิดถึงเพิ่ลๆยุวพุทธจัง
#1 By เปตอง (202.133.154.65) on 2009-03-29 20:29