หลังจากงาน 23 ตุลา ผ่านไปอีก 2 อาทิตย์

งานก็งอกขึ้นมาอีกและ คราวนี้ไม่ได้มีแต่พวกเราวงโยนะ

แต่ดนตรีไทยแล้วก็พวกนาฏศิลป์ก็งานงอกด้วยเช่นกัน

..............(เกือบแฮงค์)

เพราะต้องไปอัดรายการถวายพระพรที่สถานีโทรทัศน์

กองทัพบกช่อง 5 (ททบ.5) ใกล้ๆบริเวณที่พวกผู้ชายเรียนรด.น่ะแหละ

............

........................

พวกเราออกเดินทางเวลา 11.30 น. ผู้หญิงนั่งรถตู้ร.ร. ส่วนผู้ชายนั่งรถสองแถว

(นึกว่าขนย้ายแรงงาน) พวกผู้หญิงก็ได้แต่ขำ "พี่นน" เพราะ he เกาะ

ราวแล้วก็ยืนแอ่นพุง สักพักเสื้อ he ก็ค่อยๆหลุดออกจากกางเกงจนเห็น

พุงยุ้ยๆน่าจิ้ม แถม he ยังส่งสายตาหวานๆให้สาวๆได้ดูอีก (เอาเข้าไป)

********************************

หลังจากพวกเรามาถึงแล้วก็ขนย้ายข้าวของเข้าห้องอัดรายการหมายเลข 4

ซึ่งมีอีกหลายคิวที่รออัดรายการเหมือนเช่นพวกเรา ตั้งแต่ดนตรีไทย

ร.ร.วชิราวุธ ม.ราชภัฎจันทรเกษม แล้วค่อยวงโยสาธิตจุฬาฯ

 

เพลงที่เล่นคือ Kinari Walz ของในหลวงของเรานี่เอง

นึกภาพกินรีบินว่อนรอบสระโบกขรณีได้เลย 

 

เฮ้อออ เริ่มอัดรายการตอน 15.00 น. คัทไปประมาณ 3 เทค เสร็จ 3 โมงครึ่ง

ระหว่างทาง เหล่าน้องๆก็ร่วมกันเปิดโปงคดีที่ข้าพเจ้าทำเอาไว้เมื่ออดีตชาติ

แม้แต่แฝดข้าพเจ้ายังโดน!!

 

เริ่มจากแฝดข้าพเจ้าก่อน (she ชื่อ น้ำเมย ค่ะ แต่เรียกสั้นๆว่า เมย)

"เมยชอบแมวตอนไหนอะ"

"เมยเคยเห็นความดีของแมวยังไงมั่ง"

"แมวมีเสน่ห์ตรงไหนที่ดึงดูดน้ำเมย"

 

ปรากฏว่า she ก็สับสนปวดกบาลอย่างบอกไม่ถูก

 

แล้วข้าพเจ้าก็โดนมั่ง (ขอเรียกผู้ถามว่า "สื่อ" นะคะ)

สื่อ: "พี่กู๊ดบอกได้มั้ยคะว่าพี่กู๊ดชอบพี่นนตรงไหน"

"พี่นนไปไซมิทมา เค้าทั้งหล่อ เท่ ..." (อีแอร์พูดนะ)

น้องไอซ์ "พี่กู๊ดเคยชอบพี่บิ๊กด้วยนิเนอะ" 

สื่อ: "แล้วพี่ปั้งล่ะคะ"

ข้าพเจ้า: "พี่ไม่ได้ชอบพี่ปั้งค่ะ"

สื่อ: "แล้วพี่ปั้งมีดียังไงคะ"

ข้าพเจ้า: "เท่าที่พี่รู้นะ มันไปฟิตเนสหลังกินข้าวทุกวันเลย

เอาเพื่อนๆมันไปด้วย" (ว่าแต่กล้ามมันสวยดีนะ)

สื่อ: "แหม รู้ดีจังนะคะ

แล้วน้องเป่า'50 น้องบอส'49 น้องพี่นน (โฟม+แน่ว) ล่ะคะ"

ข้าพเจ้า: "เฮ้ยเอามาจากไส??" 

 

"วิ่งหนีสื่อดีกว่า" แล้วข้าพเจ้ากับน้ำเมยก็หนีไปตลาดนัด U-center ด้วยกัน

จบ

**************************************************** 

มันเป็นคดีที่ข้าพเจ้าดองเอาไว้เมื่อนานมาแล้วววว

ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่ามันเยอะได้ขนาดนี้

ลองไล่ดูนะ

1)พี่บิ๊ก 45

2)น้องบอส 49

3)พี่นน 46 (รุ่นเดียวกัน)

4)ปั้ง (เสือกอยู่ห้องเดียวกันอีก)

5)น้องโฟม (กวนตีนขั้นเทพ)

6)น้องเป่า 50 (น้องปุ๊กลุ้ก)

7)น้องของน้องเป่า (โคตรมั่ว)

 

ข้อกล่าวว่าแอบชอบบุคลเหล่านี้ ข้าพเจ้ายอมรับได้เพียง 2 คดีเท่านั้น...

(เออเซ็งวุ้ย..พยานยิ่งเยอะๆอยู่)

edit @ 6 Nov 2009 20:35:08 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

CUDMB camp 23 Oct 09

posted on 27 Oct 2009 13:08 by doro  in camp

เป็นอีกปีที่ข้าพเจ้าต้องมาเก็บตัวฝึกซ้อมวงโย และนอนค้างร.ร. สำหรับ

พิธีถวายสักการะอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม

วันปิยมหาราชไงเล่า......

 

ปีนี้รุ่นข้าพเจ้าเป็นสตาฟฟ์เต็มตัวแล้ว ภาระหน้าที่มันหนักหนาสาหัสเสียจริง

ค่ายนี้มีระยะเวลาถึง 3 อาทิตย์ แต่อาทิยต์แรกข้าพเจ้าไม่มาเพราะเตรียมตัวสอบ

PRE-ADMISSION และ GAT

(งวดนี้ไม่ได้สอบ PAT เพราะคะแนนรอบก.ค.เน่าบรรลัย)

ต้องขอโทษสตาฟฟ์คนอื่นๆที่ต้องเตรียมตัวสอบเหมือนข้าพเจ้าแต่ก็ต้องมาคุมน้องซ้อม

 

12 ต.ค.52 .....................ในที่สุดข้าพเจ้าก็เป็นไทได้เสียทีหลังจากฝ่าสนามสอบ

กลับมาอย่างสะบักสะบอม แล้วก็ได้ไปเหยียบห้องวงโยอีกครั้งหนึ่งงงงงง แต่ที่น่าแปลกคือ

ทำไมน้องม.1มันรังเกียจการซ้อมแถวจัง ได้ยินมาว่าโดดยกรุ่น!! แถมบ่นด้วยว่า

ซ้อมแถวน่าเบื่อ เหนื่อยก็เหนื่อย ซ้อมแล้วได้อะไร เออเข้าใจว่าน่าเบื่อนะน้อง

แต่น้องต้องออกงานอีกไม่ใช่หรอ แม้ว่าจะไม่ได้เดินงาน 23 ตุลาก็ตามที

 

13 ต.ค.52 ตอนบ่ายน้องม.1จำนวน 3 คน ถูกรุ่นพี่กักให้ซ้อมแถว 5555

รู้มั้ยทำไม เพราะประธานแกไม่ได้เขียนตารางซ้อมวันนี้ น้องมันเลยไม่รู้ว่า

ซ้อมแถวกี่โมงจะได้ไม่ต้องโดดกลับบ้าน ดีมากเจ้าค่ะ ส่วนข้าพเจ้านั่งกดเมทานอม

อยู่ข้างสนามเป็นระยะๆ

น้องม.1ที่โดนกักตัวไม่ให้โดดซ้อม

คืนนั้นอ.โอมให้ทุกคนจำโน้ตเพลง ARMY OF THE NILE

เป็นเพลงที่บรรยายประวัติศาสตร์อียิปต์สมัยที่อังกฤษกำลังล่าอาณานิคม

เมื่อประมาณ 400 ปีที่แล้ว บลาๆ.. ลองฟังดู


Army of the Nile.mp3 - Kenneth J. Alford Feat. Tokyo Kosei Wind Orchestra

ท่อน Trio รอบที่ 2 เป้นรอบที่คลาริเน็ทเป็นโซโลขึ้นมา (จริงๆต้องเรียก Soli

เพระเล่นหลายคน) กว่าข้าพเจ้าจะเป่าได้แบบปึ้กๆก็เกือบทั้งอาทิตย์แน่ะ ยากจริงๆ

เป่าได้ >>เป่ากับเพื่อนได้ >>เป่ากับเพื่อนกับน้องม.4ให้ตรง >>เป่าพร้อมกับเดิน

 

14 ต.ค.52 ประกาศคะแนนนนนน ทำไมเลขหลักมันน้อยกว่าเลขเสริม

เชื่อมั้ย เลขเสริมได้เกรด 4 เลขหลักแค่เกรด 3 หน่อยๆ เอาวะ..เทอมหน้า

เปลี่ยนอาจารย์แล้ว คะแนนก็น่าจะดีขึ้น แล้ววันนี้ก็ซ้อมกลางสนามทั้งวันด้วย

น้องม.1 4 คนถูกแยกออกมาว้อมต่างหาก แต่ทำไม้ทำไมมีเพียงหนึ่งเดียวมัน

ถึงได้เหยาะแหยะงี้วะ ที่ไหนได้มันเพิ่งผ่าตัดไส้ติ่งเมื่อเดือนที่แล้ววววว

ปั๊ดโธ่แล้วเมิงจะซ้อมทำไม ถามจิง??

ทรีโอรอบ 2 ที่คลาริเน็ทเป่า ตอนนี้มีแต่โน้ต1ที่พอถูๆไถๆได้ (มีโน้ต2เล่นล้อกับโน้ต1ด้วย)

 

15 ต.ค.52 มาแล้วคร้าบ เซตนรก เดี๋ยวนี้เรียก SETSURE เพราะทั้งวิ่งสลับกับเป่า

เหนื่อยๆอย่างเนี้ย ทำให้วันจริงเราเดินแล้วไม่เหนื่อย ชัวร์!! แต่วันแรกนี่สิ เหงื่อท่วมยิ่งกว่า

อาบน้ำที่น้ำตกไนแองการาเสียอีก ตอนเช้าสอนน้องเลี้ยวโค้งเพระวันจริงต้องเลี้ยวเป็นรูป U

ตอนบ่ายเช็ค 4 ก้าว คราวนี้ข้าพเจ้าได้คุมซ้อมเองด้วย เอ๋อแดกค่ะ!!! ทำไรมั่งเนี่ยสับสนไปหมดแล้ว

แต่ผลสุดท้ายก็ไม่เวิร์คเท่าไหร่

ตกกลางคืนก่อนซ้อมก็มีสันทนาการชิวๆ

 

ส่งสาร ต้องฟังดีๆเพราะภาษากวนตีนมากๆ

 

ต่อความยาว โดยใช้ทุกส่วนของร่างกายที่มี ไม่เว้นแม้แต่เชือกรองเท้า มือถือ ถุงเท้า แว่น กระเป่าตังค์ แบงค์

 

แจวเรือ อันไม่ทราบเหมือนกันว่าคิดได้ยังไง แจวจะไปฉี่ แจวจะไปฉี่ ขอเชิญมอสี่ลุกขึ้นมาแจว....

แจวไปหาป้าแดง แจวเรือไปหาป้าแดง  (ป้าแดงคืออาจารย์ที่สอนเคมีห้อง3) ขอเชิญสีแดงลุดขึ้นมาแจว

อันนี้ไม่ได้ร้องค่ะ แจวเรือจะไปซื้อวิก แจวเรือจะไปซื้อวิก ขอเชิญเหรัญญิกลุกขึ้นมาแจว  (ตำแหน่งข้าพเจ้าเองแหละ)

 

ม้าหมี่ (ขอโทษค่ะลืมแล้วมันคืออะไร)

 

16 ต.ค.52 Runthrough แค่ช่วงเช้า แถมทรีโอก็ไม่ตรงด้วย ไม่เป็นไร!! บ่ายฝนตกหนัก กลับบ้านเอาเสื้อไปซัก

สวัสดิการผู้กล้าหาญตรวจพบ มดรายวัน บริเวณเสบียงประจำวง ได้ทุกวัน น้องๆกินแล้วเก็บไม่เรียบร้อยเลย

 

ฝนตกตอนบ่ายเลยอด run ก็เลย...

ผ่านไปอาทิตย์แรก ทั้งล้า ทั้งเพลีย แฮงค์ไปไม่รู้กี่รอบตอนประชุมสตาฟฟ์ ประชุมทุกคืนค่ะ ประชุมเรื่องการซ้อมนี่แหละ

เอาปัญหาที่พบและผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละวันมาวิเคราะห์และแก้ไขต่อไป งานไมได้เหนื่อยเพราะใช้กำลังอย่างเดียว

ใช้สมองด้วย บางคืนเหนื่อยสุดๆเลยต้องออกมาประชุมบริเวณเสบียงขนม กินไปประชุมไป ได้บรรยากาศไปอีกแบบนะ

 

กล่าวถึงเกมที่เล่นกันตลอดค่าย เพื่อดูแลสมาชิกในค่าย มีอยู่2 เกมคือ

 

1. เกมปอบ ตัวละครมี ปอบ 3 คน หมอผี 2 คน ยันต์ 3 คน และคนธรรมดาที่เหลือ ปอบมีหน้าที่ฆ่า คนที่เดินคนเดียว

แล้วคนก็กลายเป็นวิญญาณ คนที่เดินกับวิญญาณ (กี่ตัวก็ได้) มีโอกาสเท่ากับคนที่เดินคนเดียว หากคนที่ปอบฆ่า มียันต์

อยู่กับตัว เขาก็จะมีโอกาสรอดไปได้หนึ่งครั้ง แล้วก็กลายเป็นคนธรรมดา และหากคนที่ปอบฆ่าเป็นหมอผี ปอบก็ตาย สมน้ำหน้า

แต่ถ้ายันต์กับหมอผีลืมบัตร (คนที่เป็นหมอผีหรือปอบหรือยันต์จะมีบัตรเฉพาะ เวลาฆ่าก็จะชูบัตรใส่) ก็ตายได้เหมือนกันนะ

 

2.เกมบัดดี้ จับได้ชื่อใครก็ให้ดูแลเขาให้ดี ให้น้ำ ให้ขนม โดยอย่าให้รู้ว่าเราเป็นคนดูแลเขา ส่วนบัดดี้ข้าพเจ้า

(เป็นใครนั้นค่อยบอกตอนท้ายนะ)

ข้าพเจ้าให้ บัตรส่วนลดดูหนังรถไฟฟ้ามาหานะเธอ คูปองแลกซื้อ AXE แบรนด์ซุปไก่ จำได้แค่นี้แหละ

 

19 ต.ค.52 ข้าพเจ้าเอาส้มมาด้วย ได้ยินว่าเด็กๆป่วยกันถ้วนหน้า กินซะเด็กน้อย!! "ส้มกู๊ดอร่อยนะคร้าบ" said สวัสดิการ

(พูดเองแต่มันไม่กิน) และวันนั้นก้มีวงโยของสาธิตปทุมวันมาดูการซ้อมของพวกเราเช่นเดียวกัน

ค่อยๆรีดเท้านะจ๊ะ

สตาฟฟ์เข้มแข็งกันดีค่ะ (ที่ยืนเท้าสะเอวอยู่น่ะ)



แถวสวย!!

เด็กปทุมวัน: สาธิตจุฬาเค้าซ้อมกันแบบนี้เองเหรอออ

 

20 ต.ค. 52  เฟินมาช่วยโน้ต 2 แล้ววววว (เดิมโน้ต 2 มีม.3เป่าคนเดียว แต่ตอนหลังน้องมันเจ๋งจริงมันจำโน้ตได้แล้ว) แต่ยังเป่าไม่ค่อยได้

มาถึงก็โดนปอบฆ่าเลย เป็นคนแรกในรุ่นข้าพเจ้าที่ตาย (แบบโง่มาก)

คืนนี้รับน้องม.1 แบ่งรุ่นพี่เป็นรุ่นๆคุนฐานแต่ละฐาน โดยแต่ละฐานละให้ข้อคิดต่างๆที่น้องๆควรจะรู้เวลาอยู่วงโยแห่งนี้

และฐานสุดท้าย (ของม.5) ให้น้องๆกินขนมและน้ำที่จัดไว้ให้หมด ใครคิดว่าแน่ไม่จริงหรือปล่อยให้เพื่อนๆกินจนท้องแตกตาย

 ไม่ไหวก็ลุกออกไปได้เลย เดี๋ยวเพื่อนน้องกินเอง คนนั้นมันก็เพื่อนน้องเองจริงปะล่ะ

ฐานของ ม.2 (อันนี้รูปพี่ปั้น'41)

น้องม.1 (น้องเป่า) ได้รับอบรมสั่งสองจากรุ่นพี่

ฐานของม.5 ที่จะทดสอบกำลังใจของน้องๆม.1กันค่ะ

 

21 ต.ค.52 เวลาประมาณตีหนึ่ง จะมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่น้องๆทุกคนต้องเจอ คือพิธีบายศรีสู่ขวัญ มีการผูกข้อมือน้อง

และตักเตือนน้องๆสิ่งที่ดีและสิ่งที่ควรแก้ไข ปีนี้มีน้องใหม่ 6 คน ม.1 4 คน ม.2 1 คน และม.4 1คน (ดรัมเมเยอร์ด้วยนะ)

รุ่นน้องบางคนเห็นร่าเริงได้ทุกวัน ข้าพเจ้าก็ได้เห็นด้านอีกด้านที่มองไม่เห็น เค้าเป็นคนเรียนเก่งแต่ด้วยความที่เป็นเด็กห้องคิง

ก็เลยเหนื่อยหน่อย เหนื่อยหลายเรื่อง เรื่องเรียน เรื่องเพื่อน น้องเอ๊ยยย พี่น่ะเจอมาหมดแล้ว พี่อยู่ม.5ไม่ได้แค่เรียนหนัก

หรือใช้ความคิดหนักๆอย่างเดียว ต้องเตรียมสอบ ดูแลน้องๆในวงอีก และบางทีพี่ก็ท้อเหมือนกัน ร้องไห้กี่รอบต่อกี่รอบ

(ร้องจนเพื่อนด่าว่าทำไมเอาแต่ร้องไห้ ทำไมไม่รู้จักพูดคุยระบายกับคนอื่น) และบางสิ่งที่พี่ทำแล้วน้องไม่ชอบ

พี่ก็ขอโทษด้วยและพี่จะไม่ทำอีก ถ้าทำก็ทำน้อยลงกว่าเดิม

จุดเทียมเล่มน้อยขึ้นส่องนำทาง

จุดไฟสว่างขึ้นกลางดวงใจ

ลบรอยความมือให้เลือนหายไป

สู้ทางเส้นชัยก้าวไปพร้อมกัน

ปั้งบายศรีให้น้องเกรซ (นี่แหละดรัมเมเยอร์ของเรา)

 

ปีนี้ข้าพเจ้ารู้สึกได้เลยว่า ข้าพเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เรียกร้องอะไรน้อยลง โวยวายน้อยลง ตั้งสติได้มากขึ้น

แต่ต้องดีกว่านี้ และดียิ่งขึ้นๆ

 

บางครั้งก็แอบเหงานะ ทำไมเพื่อนๆ (แม้แต่รุ่นน้อง) เริ่มมีแฟนเป็นจริงเป็นจัง

เชื่อเลย..มีแฟนตั้งแต่อายุน้อยๆ แล้วอนาคตล่ะจะเป็นยังไง ยังดูแลตัวเองไม่ค่อยได้แล้วจะไปดูแลคนอื่นได้อย่างไร

จริงที่ว่า แฟนไม่ได้มีไว้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่ายังมีใครสักคนที่รักเรา (รถไฟฟ้าฯ)

แต่ตอนนี้......

เราก็มีแล้วนิ คนที่รักเราอะ นั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน 2 คน พ่อกับแม่เราไง ไหนจะพี่จะน้องอีก ใช่มะ

 

น้ำเมย..กลับมาแล้ว แต่คงไม่ได้เล่นเพราะมาซ้อมอาทิตย์ละครั้ง แถมเพลงก็เล่นไม่ได้ เดินไม่ดี โอยยยยยย

เอางี้ คืนนี้ประชุมพาร์ทกัน!! เอาไงดี

 

22 ต.ค.52 วันล้างเครื่อง!! เหล่า woodwind ก็นั่งขัดนั่งเช็ดทุกซอกทุกมุมจนหลังขด ไม่อยากเชื่อว่าคลาริเน็ทน้อง

ปุ่มมันดำเน่าได้ถึงปานนี้ เน่าจนต้องให้รุ่นพี่ขัดต่อจนวาววับ แถมลงแลกเกอร์ที่ใช้ขัดเครื่องทองให้อีก จะได้ไม่ดำอีก

(รุ่นพี่แนะนำให้ใช้อะ บอกว่าทำให้เราไม่ต้องขัดบ่อยๆ แต่ทางที่ดี ขยันขัดกันหน่อยนะน้อง เวลาโลหะเจอน้ำเจอเหงื่อ

สักพักมันจะดำ แล้วมันขัดยากมากถึงมากที่สุด)

 

ปอบดักฆ่าอยู่ในห้องอ.โอม ทั้งห้องมีแต่วิญญาณลอยไปลอยมา แล้วข้าพเจ้าก็ไปแล้วเหมือนกัน คนๆต่อมาก็โดนปอบฆ่า

แม้แต่ยันต์กับหมอผีตัวที่หนึ่ง (พี่นน) ก็ไปแล้วเช่นกัน

 

คืนสุดท้ายก่อนเล่นจริง ก็ได้ Run รอบสุดท้าย ใส่หมวกกับรองเท้าเหมือนจริงเลย รันที่ลานจอดรถคณะครุศาสตร์

มีศิษย์เก่ามาดูกันถ้วนหน้า ก่อนนอนขัดรองเท้าซักหน่อย

รอบสุดท้ายแล้วสู้ๆ

ตามระเบียบพัก

23 ต.ค. 52 เล่นจริงแล้ว!! แต่ก่อนจะออกหมอผีตัวสุดท้ายทำบัตรหล่น ก่อนที่จะถูกปอบฆ่าตาย ซึ่งเป็นศพสุดท้ายพอดี

เชื่อเลยปอบรอดอยู่ตัวเดียวในค่าย ตัวเดียวจริงๆ นี่แหละปอบ

V

V

ปอบเสื้อสีชมพู

วันนั้นฝนดั๊นตกอีก ตกแปะๆ แต่พอใส่สูทเตรียมเล่นเท่านั้นแหละฝนหยุดพอดี เพราะบารมีของเรานี่เองที่ทำให้ได้เล่น

สมใจอยาก!!

ออกมาแล้วๆ

ถ้าไม่เจอวงโยร.ร.วัดสุทธิวราราม แปลว่าเรามาไม่ถึง ลานพระบรมรูปทรมม้า จริงๆ กี่แถวมิอาจนับได้เพราะคนเค้าเยอะ

มีทั้งรุ่นพ่อรุ่นลูกมาเดินด้วยกัน เยอะจนไม่รู้จะพูดยังไง เยอะจนต้องจัดตอน7 (สาธิตจุฬาแค่ตอน 5 เอง)

 


 

วงโยของวัดสุทธิ เห็นแล้วจะหนาวววววว

หลังจากนิสิตจุฬาถวายบังคมเสร็จ......

Finaleeeee โจ๊กที่กุแ ด ก เมื่อเช้ามันย่อยไปหมดแล้ว กุไม่ไหวแล้ววววว

บ่นนิดนึง ป้าจุกแกเพิ่งกลับมาจากบางแสนรีบมาทำโจ๊กให้วงโยกิน ก็เลยทำได้ไม่เยอะ ได้แค่จานเดียว

+น้ำแดงอีก 2 แก้ว รู้เลยทำไมปี้นี้แทบจะเป็นลมเกือบทุกคน เดินจุฬาตอนสุดท้ายแทบทรุดอยู่ตรงนั้นเลย

ใครไม่ไหวยกมือขึ้นนน

พาร์ทเรา.... จบจากสำนักบู๊ลิ้มทุกคน วิทยายุทธเป็นเลิศทุกคน


น้องม.1 (เหรียญ เจียง เป่า)

รายชื่อคนตาย (ความจริงมีอีกนะแต่ไม่ยอมเขียนกัน)

จบแล้วค่าย 23 ตุลา 52 หลังจากนี้ข้าพเจ้าขอหยุดงานแบบถาวร เพราะให้สัจจะกับพ่อไว้ว่าจะอ่านหนังสือ

เตรียม admission คราวนี้เอาจริง!! แต่ยังไงก็ยังไปสิงสถิตที่ห้องวงโย เหมือนเดิม กร๊ากๆ เพียงแต่ไม่ค่อยแตะ

เครื่องซ้อมก้แค่นั้นเอง แค่นี้คุณพ่อคุณแม่ก็สบายใจได้แล้ว

 

ขอบคุณน้องม.1ที่รู้ซึ้งถึงการซ้อมแถว อย่าหนีไปอีกนะขอร้องงงงงง

ขอบคุณสตาฟฟ์ที่แฮงค์ไปแล้วหลายคน รักจริงๆสตาฟฟ์รุ่นนี้ พวกคุณสุดยอดมากๆ

ขอบคุณท่านประธานที่บ่นจนคอแหบ (เสีบงแหบและเจ็บคอ)

ขอบคุณสวัสดิการที่ดูแลเสบียงไม่ให้ "มดรายวัน" มารุกราน

ขอบคุณปอบที่ขยันฆ่าคนได้หมดค่าย สุดยอดดดดดดดด

ขอบคุณเหรัญญิก(ก็กุไง)ที่อุตส่าห์เบิกคนละ 100 บาท มาให้น้องกาน กับ อีสวัสดิการ

ลืมบอกว่ามันเป็นปอบทั้งคู่ ไอ้ที่รอดน่ะคนหลังค่ะ

 

ขอบคุณฝ่ายเสื้อผ้าที่เตือนเรื่องเอี๊ยม เสื้อ/ถุงเท้าสีดำ หมวก สูท ว่าครบแหล่มิครบแหล่

ขอบคุณน้องๆที่อุตส่าห์ลากสังขารมาซ้อม และตั้งใจซ้อมมาโดยตลอด 3 อาทิตย์

ขอบคุณทุกๆคนที่สุข ทุกข์ เหนื่อย เฮฮามาด้วยกัน

ขอบคุณทุกคนที่มาเล่นดนตรีด้วยกัน (ประโยคเด็ดของอ.โอม)

edit @ 27 Oct 2009 16:37:04 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

edit @ 27 Oct 2009 16:42:07 by ĠǾǿĐŷ▬§Ħŀŋą€

โฆษณาหนังสือ

posted on 17 Oct 2009 17:17 by doro  in event

ฮิกาซีน เล่ม 4  (รวมถึงฮิกาซีนเล่มเก่าๆ) กับ บันทึกลับอล่างฉ่าง ของอดีตบ.ก. เอ ธวัชชัย คิดอ่าน มีวางจำหน่ายในงานสัปดาห์หนังสือแล้ว เข้าไปที่บู๊ทดังต่อไปนี้ครับ

 

alternative writer (O 15)

book cafe' (G 01)

 mars (K 02)

มติชน (V 07)

ใคร ครีเอท (I 01)

ใต้ดิน (N 07)

ปัญญาชน (K 12)

และอาจจะมีเพิ่มเติม ให้ไปอัพเดทที่ http://www.facebook.com/hegazine นะครับ

 

และหลังจากงานเลิกแล้วก็สามารถซื้อหาได้ตามร้านหนังสือทั่วไป

หรือถ้าสนใจก็โทรมาสั่งซื้อได้ที่โจ้ซุย 085-1518072 ได้เลยครับ

ไม่รู้จะรบกวนเกินไปหรือเปล่า หากผมจะขอความช่วยเหลือให้ช่วย FW mail ฉบับนี้ไปยังคนที่คุณรู้จัก ไม่รู้จัก รู้จักแต่จำไม่ได้ รู้จักแต่นึกไม่ออก ยังไงต้องขอรบกวนเวลาด้วยนะครับ เพื่อว่าพวกเราจะได้มีแรงใจเข็นเอาหนังสือสนุกๆ ออกมาให้ให้ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกอย่างนี้เรื่อยไป

 

ขอขอบคุณครับ

เอ ธวัชชัย คิดอ่าน

(อดีตบรรณาธิการนิตยสารฮิฮิ)

 

 

 

ตัวอย่าง บันทึกลับอล่างฉ่าง

ตัวอย่างตอนที่ 1 - นักการเมืองเลว

            มีน้องคนหนึ่งโทรมาหาตอนเที่ยง 10 นาที ช่างไม่รู้เวล่ำเวลาบ้างเลยนะมึง ผมเลยบอกว่าให้โทรมาอีกทีตอนบ่ายสอง จำได้ว่าบอกไปหลายครั้งว่าอย่าโทรมาในช่วง พรามทาม โดยเฉพาะวันหยุดยาวอย่างนี้ คนไม่รู้มาจากไหนครับ มากันลึ่ม อาจจะเงียบในช่วงเช้าแต่พอสักใกล้เที่ยง ไม่อยากจะบอกลเลยครับว่าลูกค้าแต่ละโต๊ะนั้น ล้วนแล้วแต่มีคุณภาพทั้งนั้น

            ขออธิบายคำว่า คุณภาพ ในที่นี้สักหน่อย

            ลูกค้าคุณภาพ หมายถึง...

ลูกค้าที่ตั้งใจมากินโดยไม่กลัวว่าท้องจะแตกหรือเปล่า

ลูกค้าที่มาพร้อมกับครอบครัวใหญ่ (5 คนขึ้นไป)

ลูกค้าที่มาพร้อมกับครอบครัวใหญ่มาก (10 คนขึ้นไป)

ลูกค้าที่มาพร้อมกับครอบครัวใหญ่มากๆ (อืม...พอเถอะ)

ลูกค้าที่มาแค่คนเดียว สั่งกินชามเดียวแต่สั่งกลับบ้านอย่างน้อย 8 ห่อ

หรือลูกค้ามาอย่างน้อยกรุ๊ปละ 3 คนแต่เต็มทุกโต๊ะ

จะมาพร้อมๆ กันหรือจะทะยอยกันมาก็ได้ รับได้ทุกสถานการณ์

 

บ่ายสอง คนเริ่มซา และเสียงกริ่งโทรศัพท็ดังขึ้น (กริ่ง ในที่นี้หมายถึง เสียงริงโทนครับ) น้องคนนั้นโทรมาตามที่ได้นัดกันไว้ ประโยคแรกที่ทักก็คือ พี่ๆ ผมตกงาน แล้ว หางานให้ผมทำหน่อยสิ อะไรก็ได้

มาล้างจานร้านพี่ไหม เดือนสองพัน ไปเช้าเย็นกลับ

โห พี่ ไม่ถูกไปหน่อยเหรอ

เอ๊า ก็ตะกี้มึงบอกว่างานอะไรก็ได้นี่ หรือว่าจะเถียง

น้องเขาเงียบไปพักนึง สงสัยคงตั้งสติอยู่ แล้วก็เริ่มพูดอีกครั้ง บ่นว่าตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนตกงานกันเป็นแถว เนี่ยเพราะนักการเมืองเลวเต็มบ้านเต็มเมือง โกงกินประชาชนทำให้บ้านเมืองวุ่นวายได้ถึงขนาดนี้

รู้ได้ยังไงว่านักการเมืองโกง ผมถามหยั่งเชิง

โหพี่ เขารู้กันทั้งเมือง

ทำไมกูไม่รู้ล่ะ

พี่ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ไง โลกทัศน์แคบ อ้าว ไอ้ชิบหาย ด่ากันซะงั้น

ถ้ารู้ว่าโกง ทำไมไม่แจ้งตำรวจจับ

ไม่ พี่ ก็ไม่เห็นมีใครแจ้งจับเลย

อ้าว ไหนบอกว่าเขารู้กันทั้งเมือง

บางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่กล้าแจ้งตำรวจ

งั้นการที่เราเห็นคนทำชั่วแล้วละเลย แบบนี้เรียกว่าบกพร่องในหน้าที่ของพลเมืองดีหรือเปล่า

อืม...ใช่มั้งครับ

งั้นน้องก็เป็นพลเมืองไม่ดีน่ะสิ เห็นคนทำเลวแล้วทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เออ..นี่น้อง... (ขอสงวนนาม) ถ้ารู้ว่านักการเมืองเป็นคนเลวน่ะ ทำไมถึงยังเลือกเข้าไปอยู่ในสภา แปลว่าเราก็คือคนเลวเหือนกันเหตุเพราะเลือกคนเลวด้วยกันเข้าไปเป็นผู้แทนฯ เพราะคำว่าผู้แทนราษฎร ก็คือการเป็นผู้แทนประชาชน ซึ่งถ้าผู้แทนราษฎรเป็นคนเลว งั้นประชาชนก็เป็นคนเลวด้วยใช่ไหม ว่าแต่มึงมาว่าพี่เป็นคนเลวทำไม

เฮ้ย พี่ ผมไม่ได้ว่าพี่เลวสักหน่อย

มึงคงไม่รู้สินะว่าพี่น่ะไปเข้าไปกาคะแนนในคูหาเลือกตั้งครั้งล่าสุดมาด้วย

ถ้างั้น เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะพี่ พอดีมีงานด่วน

แล้วน้องคนนั้นก็วางสายไป

 

กลับมาคิดอีกแล้ว ว่าแต่นักการเมืองคนไหนที่ว่าดีล่ะ เมื่อก่อนอาจจะยากสำหรับคำตอบ แต่ตอนนี้ง่ายครับ ง่ายกว่าปอกกล้วยเสียอีก นักการเมืองที่ดีก็คือ คนที่ทำให้ร้านกระทุ่มแบนมีลูกค้าเข้าเยอะๆ ไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม

ถ้าใครทำให้ลูกค้าเงียบ คนนั้นเป็นนักการเมืองไม่ดี

เห็นไหมครับ ง่ายมากจริงๆ

หมายเหตุ :ในตอนนี้มีทั้งเรื่องจริงและแต่งขึ้นผสมกันครับ เรื่องจริงคือ วันนี้มีลูกค้าคุณภาพเข้ามาตอนเที่ยง ส่วนที่โม้น่ะ ก็เรื่องมีคนโทรศัพท์เข้ามานั่นแหละครับ  

 

 

ตัวอย่างตอนที่ 2 - วัฒนธรรมเด็ดยอด...มันยอดจริงๆ เลยจอร์จ

มีวัฒนธรรมใหม่ได้สอดคล้องกับ ความรีบเร่ง ของสังคมยุคนี้ เขาตั้งชื่อวัฒนธรรมนี้ว่า วัฒนธรรมเด็ดยอด จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้ใหม่สักเท่าไหร่หรอกครับ น่าจะมีมานานแล้วล่ะ

ด้วยว่าคนในสังคมยุคใหม่ต่างรีบเร่งเพื่อให้ถึงจุดหมาย และเป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าเส้นทางสู่ความสำเร็จใดๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ด้วยเหตุนี้จึงมีวัฒนธรรม เด็ด เฉพาะ ยอด โดยที่ละเลย เพิกเฉยกับกระบวนการหรือความพยายามก่อนจะทำให้เกิดความสำเร็จในเรื่องนั้นๆ

เหมือน ทางลัด นั่นแหละ

มีลูกค้าประจำท่านหนึ่ง เป็นคนขายต้นไม้ แกเล่าว่าอาชีพแกนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความขี้เกียจปนกับความรีบเร่งเป็นหลัก อธิบายง่ายๆ ลูกค้าขี้เกียจปลูกต้นไม้ และกว่ามันจะโตต้องใช้เวลาหลายปี ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีคนมาซื้อต้นไม้ที่โตแล้ว แบบขุดจากที่หนึ่งไปปลูกไว้ที่บ้านเลย ไม่ต้องปลูก ไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยงดู ซื้อปุ๊บโตปั๊บ สนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงประเด็นอย่างไม่น่าเชื่อ แถมธุรกิจขายต้นไม้แบบโตด่วนแบบนี้ยิ่งทวีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

คอนเสิร์ตในบ้านเรา รวมถึงของต่างประเทศด้วย ทุกที่จะต้องมีการซ้อม 3 เดือน 5 เดือนว่ากันไป ซ้อมหนักมาก และก็ให้ลุกค้าซื้อตั๋วมา เด็ดยอด ในวันแสดงจริง ซึ่งใช้เวลาแค่ 3 ชั่วโมง

หนังสือเล่มนี้ที่อยู่ในอ้อมมือของท่านขณะนี้ก็คือผลพวงของการเด็ดยอดด้วยเช่นกัน ไหนจะต้องเก็บเอาประสบการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเปิดร้านมาถ่ายทอด และการเขียนตลอดระยะเวลา 6 เดือน วันละ 2 ชั่วโมง ไหนจะต้องเลือกจากที่เขียนทั้งหมดจนเหลือเท่าที่เห็น ไหนจะต้องปรับแต่งทางภาษาให้สละสลวยขึ้น ไหนจะต้องเหน็ดเหนื่อยกับการต่อสู้กับสังขารตัวเองหลังเลิกงาน ไหนจะต้องเช็คความถูกต้องในเรื่องตัวสะกด ไหนจะต้องถ่ายรูปเลือกรูป จัดรูปเล่ม ขอ isbn จากสำนักหอสมุดแห่งชาติ ส่งอาร์ตเวิร์คเข้าโรงพิมพ์ และอื่นอีกจิปาถะ

            ถ้ายังไงช่วยอ่านช้าๆ นิดนึงจะได้กำซาบและสัมผัสถึงความเหนื่อยยากกว่าจะมาเป็นหนังสือเล่มนี้ได้

ตัวอย่างสุดท้ายของการเด็ดยอด ก็คือร้านก๋วยเตี๋ยวหมูกระทุ่มแบนเลยครับ ทุกวันเราจะใช้เวลาเตรียมของประมาณ 5 ชั่วโมง แต่ลูกค้าจะใช้เวลา 10 12 นาทีเท่านั้นสำหรับจัดการอาหารในชามจนอิ่มท้อง

ไม่รู้ว่าคุณผู้อ่านที่น่ารักของผมจะมีเวลามา เด็ดยอด ก๋วยเตี๋ยวหมูกระทุ่มแบนสักครั้งหนึ่งไหมน้า

 

ป.ล. เมื่อก่อนนี้ บ่อยครั้งมากที่ผมโดน วัฒนธรรมเด็ดยอด คุกคามชีวิต โดยเฉพาะในช่วงเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวใหม่ๆ เยื้องร้านเราไปหน่อย จะมีร้านข้าวหมกไก่สยาม ซุปปลาหมึกที่ดังระเบิดระเบ้อ มีคนเข้าไปทานอย่างไม่ขาดสายเหมือนทำแจกฟรีทุกวัน จนเป็นที่อิจฉาตาร้อน ตอนนั้นคิดว่าทำไมคนถึงไม่เข้าร้านเราสักที ได้แต่เข้าไปกินข้าวหมกไก่กันทั้งนั้น อิจฉายิ่งกว่านางร้ายในละครหลังข่าวอีกครับ จนกระทั่งเจ๊ไปฟังที่ไหนมาไม่รู้ แล้วมาเล่าให้ผมฟังว่า ก่อนที่จะมาเป็นร้านข้าวหมกไก่ชื่อดังในทุกวันนี้ เจ้าของเขาเคยต้องรับบทหนักผ่านความลำบากยากเย็นมานับไม่ถ้วน แต่ด้วยความพยายามอย่างเต็มกำลัง สุดท้ายก็ลืมตาอ้าปากได้อย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ และเขาก็สมควรที่จะได้ เด็ดยอด ในสิ่งที่เขาฟูมฟักมาไม่ใช่หรือ

            เอาน่า ตอนนี้ร้านของผมกำลังอยู่ในช่วงผลิใบแรก สักวันคงได้ เด็ดยอด สมใจ